|
ชาติภูมิ
ปัจจุบันอายุ 92 ปี พรรษา 71
สถานะเดิมชื่อ วิริยังค์ นามสกุล บุญฑีย์กุล
เกิดเมื่อ วันศุกร์ที่ 7 มกราคม 2463 ปีวอก แรม 13 ค่ำ เดือน 1 จังหวัดนครราชสีมา
บิดาชื่อ ขุนเพ็ญภาษชนารมย์์ นายสถานีรถไฟปากเพรียวย้ายมาตั้งหลักฐานที่บ้านใหม่สำโรง อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา
มารดา ชื่อ นางมั่น บุญฑีย์กุล (อุบาสิกามั่น ถึงแก่กรรม พ.ศ.2520)
ลำดับพี่น้อง จำนวนพี่น้อง 7 คน ท่านเป็นลูกคนที่ 5 คือ
1. ด.ญ.กิมลั้ง บุญฑีย์กุล (ชูเวศ)
2. ด.ช.ฑีฆายุ บุญฑีย์กุล
3. ด.ช. สุชิตัง บุญฑีย์กุล
4. ด.ช.สัจจัง บุญฑีย์กุล
5. ด.ช.วิริยังค์ บุญฑีย์กุล (พระธรรมมงคลญาณ)
6. ด.ช.ไชยมนู บุญฑีย์กุล
7. ด.ญ.สายมณี บุญฑีย์กุล (ศรีทองสุข)
บรรพชา เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2478 ( อายุ 16 ปี) ณ วัดสุทธจินดา ต.โพธิ์กลาง อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดยพระธรรมฐิติญาณ เป็นพระอุปัชฌาย์

ก่อนบวช
พระธรรมมงคลญาณ เดิมชื่อ วิริยังค์ บุญฑีย์กุล เป็นบุตรขุนเพ็ญภาษชนารมย์ กับนางมั่น บุญฑีย์กุล เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 7 มกราคม 2463 ณ สถานีรถไฟปากเพรียว จังหวัดสระบุรี มีพี่น้อง7 คน วันหนึ่ง ขณะที่ท่าน มีอายุประมาณ 13 ปี เพื่อนผู้หญิงคนหนึ่ง ชวนให้ไปวัดเป็นเพื่อนขณะที่รอเพื่อนไป ต่อมนต์(ท่องบทสวดมนต์) กับพระอาจารย์กงมา ท่านก็รออยู่ด้วยความเบื่อหน่ายเพราะไปตั้งแต่ 2 ทุ่มกลับเที่ยงคืน จะกลับบ้านเองก็ไม่ได้ เพราะเส้นทางเปลี่ยวและกลัวผี ได้แต่คิดอยู่ในใจว่าตั้งแต่นี้ต่อไปไม่มาอีกแล้ว ๆ ๆไม่ช้าก็เกิดความสงบขึ้น ตัวหายไปเลย เบาไปหมด เห็นตัวเอง มี 2 ร่าง ร่างหนึ่งเดินลงศาลาไปยืนอยู่ที่ลานวัด มีลมชนิดหนึ่ง พัดหวิวเข้าสู่ใจ สู้รู้สึกเย็นสบายเป็นสุขอย่างยิ่ง ถึงกับอุทานออกมาเองว่า "คุณของพระพุทธศาสนา มีถึงเพียงนี้เทียวหรือ" แล้วเดินกลับไปที่ร่างกลับเข้าตัว พอดีเป็นเวลาเลิกต่อมนต์ จึงเล่าให้กับ พระอาจารย์กงมาฟัง พระอาจารย์ก็ว่า"เด็กนี่เรายังไม่ได้สอน สมาธิให้เลยทำไม จึงเกิดเร็วนัก " ตั้งแต่นั้นมาก็จึงเรียนรู้เกี่ยวกับการทำสมาธิ อยู่มาวันหนึ่งท่าน ทำงานหนักเกินตัวจึงล้มป่วยเป็นอัมพาต บิดาพยามหาหมอมารักษา แต่ก็รักษาไม่ได้ แพทย์แผนปัจจุบันบอกว่า หมดหวังในการรักษา ท่านได้แต่นอนอธิษฐานอยู่ในใจว่า "ถ้ามีผู้ใดมารักษาให้หาย จากอัมพาตได้ จะอุทิศตน เพื่อพระพุทธศาสนาทั้งสิ้น " ไม่นานก็ปรากฎว่ามีชีปะขาวหนวดรุงรังตนหนึ่ง มาถามบิดาของท่านว่า "จะรักษาลูกให้เอาไหม" บิดาก็บอกว่า "เอา" ชีปะขาวก็เดินมาหาท่านซึ่งนอนอยู่ พร้อมทั้งกระซิบถามว่า อธิษฐานดังนั้นจริงไหม ท่านก็ตอบว่าจริง จึงให้พูดให้ได้ยินดัง ๆ หน่อย ท่านก็พูดให้ฟัง ชีปะขาวก็เอาไพรมา เคี้ยว ๆ แล้วก็ พ่นใส่ตัวของท่านจนเหลืองไปหมด แล้วก็จากไป เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ปรากฎว่าท่านรู้สึกว่าจะ กระดิกตัวได้ ทดลองลุก ขึ้นเดินก็ทำได้เป็นที่อัศจรรย์ใจ 7 โมงเช้า ปรากฏว่าชีปะขาว มายืนหลับตาบิณฑบาตอยู่ ที่ประตูบ้าน ท่านจึงนำอาหารจะไปใส่บาตร ชีปะขาว กลับขอให้ท่านพูดถึงคำ อธิษฐานของท่านให้ฟัง เมื่อพูดแล้ว จึงยอมรับบาตร แล้วบอกให้ท่านไปหาที่ ใต้ต้นมะขาม วัดสว่างอารมณ์ เมื่อไปถึงชีปะขาวก็ให้พูดคำอธิษฐาน ให้ฟังอีก แล้วก็พาเดินไปหลังวัด คว้าเอา มีดอันหนึ่งออกไปตัดหางควาย มาชูให้ดู แล้วก็ต่อหางคืนไปใหม่ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พร้อมกับถาม ว่า "ลุงเก่งไหม" ท่านก็ตอบว่า "เก่ง" ลุงจะสอนคาถาให้ แต่ต้องท่องทุกวัน เป็นเวลา 10 ปีจึงใช้ได้ ท่านก็ได้เรียนคาถานั้น แล้วก็บอกว่าพรุ่งนี้ให้ เตรียมใส่บาตร วันรุ่งขึ้นปรากฎว่า ไม่พบ ตาชีปะขาวแล้ว ตั้งแต่นั้นมาท่านก็ไม่ เคยพบกับตาชีปะขาวอีกเลย
ในร่มกาวพัสร์
เมื่ออายุประมาณ 15 ปีพ.ศ. 2477 ก็ได้บวชเป็นผ้าขาว บรรพชาเมื่อ 22 พฤษภาคม 2478 ณ วัดสุทธจินดา ต.โพธิ์กลาง อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดยพระธรรมฐิติญาณ เป็นพระอุปัชฌาย์ หลังจากบรรพชาได้ 10 วัน ก็ตามพระอาจารย์กงมาออกธุดงค์ตามป่าเขาลำเนาไพรเพื่อแสวงหาที่วิเวกเมื่อพบที่สงบก็จะหยุดอยู่ทำความเพียร แม้บางครั้งอดอาหารกันอยู่หลายวันบางครั้งเจอสัตว์ร้ายเจออันตรายหรือหนทางอันยาวไกลเช่นในบางวันเดินธุดงค์ข้ามเขาเกือบ 50 กิโลเมตร ก็ไม่ย่อท้อ โดยถือคติที่ว่ารักความเพียร รักธรรมะมากกว่าชีวิต ครั้งหนึ่งเมื่อออกจากดงพญาเย็น พบโจรกลุ่ม หนึ่งมีอาวุธครบมือมาล้อมไว้ พระอาจารย์กงมาได้เทศน์ สั่งสอนโจร มีอยู่ตอนหนึ่งเทศน์ว่า " พวกเธอเอ๋ย แม้พวกเธอจะมาหาทรัพย์ ตลอดถึง การผิดศีลของพวกเธอนั้น ก็เพื่อเลี้ยงชีวิตนี้เท่านั้น แต่ชีวิตนี้ก็ไม่ใช่ของ พวกเธอเลย มันจะสิ้นกัน ไม่รู้วันไหน เป็นเช่นนี้ทุกคน ถึงพวกเธอ จะฆ่าไม่ฆ่าเขาก็ตาย เธอก็เหมือนกัน มีความดีเท่านั้นที่ใคร ๆ ฆ่าไม่ตาย อย่างเรานี้จะตายเมื่อไหร่ก็ไม่อนาทรร้อนใจ เพราะความดีเราทำมามากแล้ว " ปรากฏว่าพวกโจรวางมีด วางปืนทั้งหมด น้อมตัวลงกราบพระอาจารย์กงมาอย่าง นอบน้อม หัวหน้าโจรมอบตัว เป็นศิษย์ และได้บวชเป็น ตาผ้าขาวถือศีล 8 เดินธุดงค์ไปด้วยกัน จนกระทั่งหมดลมหายใจ ในขณะทำสมาธิ

ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2484 ท่านมีอายุ 21 ปี ได้อุปสมบท ณ วัดทรายงาม บ้านหนองบัว อ.เมือง จ.จันทบุรี โดยพระปัญญาพิศาลเถระ(หนู)เจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม กรุงเทพฯ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์กงมาจิรปุญโญเป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระมหาทองสุข สุจิตโต เป็นพระอนุสาวนาาจารย์ หลวงพ่อได้เดินธุดงค์ติดตามพระอาจารย์กงมาไปในที่ต่าง ๆ เป็นเวลา 8 ปี วันหนึ่ง พระอาจารย์กงมาก็พาท่านเดินธุดงค์ จากจังหวัดจันทรบุรีไปจังหวัดสกลนคร เพื่อไปพบพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต หลวงพ่อวิริยังค์ได้รับเลือกให้เป็นอุปัฎฐากอยู่ 4 ปี ได้เดินธุดงค์ร่วมกับ พระอาจารย์มั่นเรียนธรรมะ อันลึกซึ้ง ได้จดคำสอนของหลวงปู่มั่นบางตอนไว้ (ปกติท่านห้ามผู้ใดจดเด็ดขาด เมื่ออ่านให้ท่านฟังภายหลังท่าน กลับรับรองว่าใช้ได้) ต่อมาท่านได้เผยแพร่คำสอนนี้แก่สาธารณะชน ในหนังสือที่ชื่อว่า "มุตโตทัย"
อุปสมบท
เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2484 ขณะอายุ 21 ปี ณ วัดทรายงาม (อุทกสีมากลายงทะเล) บ้านหนองบัว อ.เมือง จ.จันทบุรี
โดย พระปัญญาพิศาลเถระ (หนู) เจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม กรุงเทพฯ เป็นพระอุปัชฌาย์
พระอาจารย์กงมา จิรปุญฺโญ เป็นพระกรรมวาจาจารย์
พระมหาทองสุข สุจิตฺโต เป็นประอนุสาวนาจาร์
การศึกษา
(อายุ 15 ปี) พ.ศ. 2477 ได้บวชเป็นชีปะขาว การศึกษาเนื่องด้วยได้บวช ตั้งแต่อายุยังน้อย จบชั้น ป.4 เมื่อบรรพชาแล้วเรียนจบ น.ธ.ตรี นอกจากนั้นเป็นเวลาปฏิบัติกรรมฐาน เดินธุดงค์ตลอดระยะเวลาบรรพชา และอุปสมบท
ปริญญากิตติมศักดิ์
พ.ศ. 2538 ปริญญาพัฒนบริหารศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ด้านบริหารการพัฒนา จากสถาบันพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)
พ.ศ. 2545 ปริญญาครุศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาบริหารการศึกษา สถาบันราชภัฏสวนสุนันทา
พ.ศ. 2545 ปริญญาศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการศึกษานอก ระบบ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
พ.ศ. 2550 ปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จาก มหาวิทยาลัยโยนก จังหวัดลำปาง
พ.ศ. 2553 ปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จาก มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย จังหวัดเชียงราย
พ.ศ. 2554 ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการจัดการเพื่อการพัฒนา จาก มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ จังหวัดฉะเชิงเทรา
โล่รางวัล
พ.ศ. 2540 ได้รับรางวัล มูลนิธิสมาน คุณหญิงเบญจา แสงมะลิ สาขาพระสงฆ์
พ.ศ. 2541 ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติบุคคลดีเด่นของกรุงเทพมหานคร เพชรกรุงเทพสาขาศิลปวัฒนธรรม ศาสนาและการศึกษา จากกรุงเทพมหานคร
ผลงาน
เนื่องด้วยพระธรรมมงคลญาณ (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) เจ้าอาวาสวัดธรรมมงคล มีความประสงค์จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวไทย และชาวต่างประเทศ ท่านได้พัฒนาถาวรวัตถุและให้การศึกษาทุก ๆ ด้านเห็นเป็นที่ประจักษ์ ดังนี้
สร้างวัด 11 แห่งในประเทศไทย
สร้างวัดไทยในประเทศแคนนาดา 7 แห่ง
สร้างวิทยาลัยสงฆ์ 2 แห่ง
สร้างสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ที่จังหวัดนครราชสีมา
สร้างศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 3,000 กว่าแห่งทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายที่ 7,000 แห่ง
สร้างโรงพยาบาลจอมทอง
สร้างที่ว่าการอำเภอจอมทอง
สถาบันประถมศึกษาจอมทอง
สร้างพระมหาเจดีย์ที่สูงที่สุดในประเทศไทย วัดธรรมมงคล
สร้างพระหยกที่ใหญ่ที่สุดในโลก วัดธรรมมงคล
สร้างสถาบันพลังจิตตานุภาพในประเทศไทยและประเทศแคนนาดา ด้วยเวลาเพียง 8 ปี
สถาบันชนาพัฒน์ เป็นสถาบันพัฒนานักออกแบบชาวไทย ให้เป็นที่ยอมรับระดับนานาชาติ
การสร้างวัดในต่างประเทศ
วัดที่ 1 พ.ศ. 2486 สร้างวัดบ้านห้วยแคน ต.หนองเทียน อ.เมือง จ.สกลนคร ขณะนั้นอายุได้ 24 ปี
วัดที่ 2 พ.ศ. 2487 สร้างวัดวิริพลาราม บ้านเต่างอย อ.เมือง จ.สกลนคร
วัดที่ 3 พ.ศ. 2489-91 สร้างวัดมณีคีรีวงศ์ (กงรังษี) จ.จันทบุรี
วัดที่ 4 พ.ศ. 2491-95 สร้างวัดดำรงธรรมาราม อ.ขลุง จ.จันทบุรี ให้เป็นที่ธุดงค์วิปัสสนากัมมัฏฐาน
วัดที่ 5 พ.ศ. 2493 สร้างวัดสถาพรพัฒนา (วัดหนองชิ่ม) ต.หนองชิ่ม อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี
วัดที่ 6 พ.ศ. 2506 สร้าง วัดธรรมมมงคล ถนนสุขุมวิท 101 พระโขนง กรุงเทพฯ เป็นวัดแรกในกรุงเทพฯ
วัดที่ 7 พ.ศ. 2511 สร้างวัดหนองกร่าง วิทยาลัยสงฆ์กำแพงแสน ต.ทุ่งลูกนก อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม
วัดที่ 8 พ.ศ. 2512 สร้างวัดผ่องพลอยวิริยาราม ซอยลาซาล สุขุมวิท 105 พระโขนง กรุงเทพฯ
วัดที่ 9 พ.ศ. 2512 สร้างวัดสิริกมลาวาส (วัดใหม่เสนานิคม) ซ.เสนานิคม 1 ถ.พหลโยธิน ลาดพร้าวกรุงเทพฯ
วัดที่ 10 พ.ศ. 2513 สร้างวัดอมาตยาราม จ.ปราจีนบุรี
วัดที่ 11 พ.ศ. 2513 สร้างวิทยาลัยสงฆ์กำแพงแสน สาขาน้ำตกแม่กลาง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่
วัดที่ 12 พ.ศ. 2514 สร้างวิทยาลัยสงฆ์วังน้อย จ.อยุธยา (วชิราลงกรณ์วิทยาลัย)
วัดที่ 13 พ.ศ. 2516 สร้างวัดแก้วพิทักษ์เจริญธรรม ซ.อุดมสุข สุขุมวิท 103 พระโขนง กรุงเทพฯ
การสร้างวัดในต่างประเทศ
วัดที่ 14 พ.ศ. 2535 วัดญาณวิริยาเทมเปิ้ล 1 เมืองแวนคูเวอร์ รัฐบริทิชโคลัมเบีย ประเทศแคนนาดา
วัดที่ 15 พ.ศ. 2536 วัดญาณวิริยาเทมเปิ้ล 2 เมืองโตรอนโต้ ประเทศแคนนาดา
วัดที่ 16 พ.ศ. 2538 วัดธรรมวิริยาราม 1 ออตตาว่า (เมืองหลวง) ประเทศแคนนาดา
วัดที่ 17 พ.ศ. 2540 วัดธรรมวิริยาราม 2 น้ำตกไนแองการ่า ออนโตริโอ ประเทศแคนนาดา
วัดที่ 18 พ.ศ. 2541 วัดธรรมวิริยาราม 3 เมืองแอตแมนตัน ประเทศแคนนาดา
วัดที่ 19 พ.ศ. 2542 วัดธรรมวิริยาราม 4 เมืองแคลการี ประเทศแคนนาดา
สมณศักดิ์
พ.ศ.2507 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นเอกที่ พระครูญาณวิริยะ (ฝ่ายวิปัสนาธุระ)
พ.ศ.2510 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระญาณวิริยาจารย์ (ฝ่ายวิปัสนาธุระ)
พ.ศ.2535 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชธรรมเจติยาจารย์ (ฝ่ายวิปัสนาธุระ)
พ.ศ.2545 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพเจติยาจารย์ (ฝ่ายวิปัสนาธุระ)
พ.ศ.2554 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมมงคลญาณ (ฝ่ายวิปัสนาธุระ)
|