พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์(เจ้าแม่กวนอิม)

เจ้าแม่กวนอิม2-1030x325

พระอวโลกิเตศวร

พระอวโลกิเตศวร โพธิสัตว์กวนอิมหยก องค์สำคัญของพระพุทธศาสนามหายาน มีผู้เคารพศรัทธามากที่สุด และเป็นเสมือนปุคคลาธิษฐานแห่งมหากรุณาคุณของพระพุทธเจ้าทั้งปวง เรื่องราวปรากฏอยู่ทั่วไปในคัมภีร์สันสกฤตของมหายาน อาทิ ปฺรชฺญาปารมิตาสูตฺร, สทฺธรฺมปุณฑรีกสูตฺร และการณฺฑวยูหสูตฺร
คำว่า อวโลกิเตศวร ได้มีผู้ให้ความหมายไว้หลายนัยด้วยกัน แต่โดยรูปศัพท์แล้ว คำว่าอวโลกิเตศวรมาจากคำสันสกฤตสองคำคือ อวโลกิต กับ อิศวร แปลได้ว่าผู้เป็นใหญ่ที่เฝ้ามองจากเบื้องบน หรือพระผู้ทัศนาดูโลก ซึ่งหมายถึงเฝ้าดูแลสรรพสัตว์ที่ตกอยู่ในห้วงทุกข์นั่นเอง, ซิมเมอร์ นักวิชาการชาวเยอรมันอธิบายว่า พระโพธิสัตว์องค์นี้ทรงเป็นสมันตมุข คือ ปรากฏพระพักตร์อยู่ทุกทิศอาจแลเห็นทั้งหมด ทรงเป็นผู้ที่สามารถบรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณ คืออาจจะเป็นพระพุทธเจ้าเมื่อใดก็ได้ แต่ทรงยับยั้งไว้เนื่องจากความกรุณาสงสารต่อสรรพสัตว์ นอกจากนี้นักปราชญ์พุทธศาสนาบางท่านยังได้เสนอความเห็นว่า คำว่า อิศวร นั้น เป็นเสมือนตำแหน่งที่ติดมากับพระนามอวโลกิตะ จึงถือได้ว่าทรงเป็นพระโพธิสัตว์พระองค์เดียวที่มีตำแหน่งระบุไว้ท้ายพระนาม ในขณะที่พระโพธิสัตว์พระองค์อื่นหามีไม่ อันแสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่และความสำคัญยิ่งของพระโพธิสัตว์พระองค์นี้
พุทธศาสนิกชนชาวจีนจะรู้จักพระโพธิสัตว์พระองค์นี้ในพระนามว่า กวนซีอิม หรือ กวนอิม ซึ่งก็มีความหมายเช่นเดียวกับคำว่าอวโลกิเตศวรในภาษาสันสกฤต คือผู้เพ่งสดับเสียงแห่งโลก แต่โดยทั่วไปแล้วมักให้อรรถาธิบายเป็นใจความว่าหมายถึง พระผู้สดับฟังเสียงคร่ำครวญของสัตว์โลก (ที่กำลังตกอยู่ในห้วงทุกข์) คำว่ากวนซีอิมนี้พระกุมารชีวะชาวเอเชียกลางผู้ไปเผยแผ่พระศาสนาในจีนเป็นผู้แปลขึ้น ต่อมาตัดออกเหลือเพียงกวนอิมเท่านั้น เนื่องจากคำว่าซีไปพ้องกับพระนามของ จักรพรรดิถังไท่จง หรือ หลีซีหมิง นั่นเอง ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ ณ ที่บนศาลาภ.ป.ร. หรือศาลาหลวงพ่อหยก วัดธรรมมงคล

ประวัติ

พระอวโลกิเตศวร โพธิสัตว์กวนอิมหยก ผู้บำเพ็ญพระบารมี ๑๐ ทัศ และมีคุณธรรมเด่นชัด คือ เมตตาธรรม ซึ่งปรากฏในตำนานอันยาวนาน พุทธศาสนิกชนเลื่อมใสศรัทธาตลอดมานับเป็นพันๆปี เพื่อแสดงออกมาจากนามธรรมมาเป็นรูปธรรม วัดธรรมมงคล นำโดย พระเทพเจติยาจารย์ (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) เจ้าอาวาส จึงได้มีการดำเนินการจัดสร้าง ทรงยืนประทานพรสูง ๒.๒๐ เมตรโดยใช้หยกสีเขียวบริสุทธิ์ อันเป็นหยกก้อนเดียวกับที่ได้สร้างเป็นพระพุทธรูปหยกสีเขียวที่ใหญ่ที่สุดในโลก ใช้เวลาแกะสลัก ๙ เดือน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ภูมิพลอดุลยเดช ทรงโปรดเกล้าฯให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามราชกุมารฯ เสด็จแทนพระองค์ทรงพระสุหร่าย พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์กวนอิมหยก ซึ่งประดิษฐานอยู่ ณ ศาลาภ.ป.ร. หรือศาลาหลวงพ่อหยก วัดธรรมมงคล เมื่อวันศุกร์ที่ ๓ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๔๐