พระบรมสารีริกธาตุ

พระบรมสารีริกธาตุ21-1030x325

การรับพระบรมสารีริกธาตุ พระเกศาธาตุ และพระอุรังคธาตุ
คำบูชา

พระวิริยะมงคลมหาเจดีย์ ศรีรัตนโกสินทร์

พุทธะปูชา มหาเตชะวันโต
ธัมมะปูชา มะหัปปัญโญ
สังฆะปูชา มะหาโภคะวะโห
อิจเจตัง ระตะนัตตะยัง
อะหัง วันทามิ สัพพะทา อะหัง วันทามิ สัพพะโส
อะหัง วันทามิ สัมมา สัมพุทธัสสะ เกสาธาตุโย
อุรังคะธาตุโย ปะระมะสารีริกะธาตุโย
ระตะนะโกสิน นะคะรัง ฐานัง
วิริยะมังคะละมะหาเจติยัง นะมามิหัง

( พระธรรมมงคลญาณ เจ้าอาวาสวัดธรรมมงคล )

รับพระบรมสารีริกธาตุครั้งที่หนึ่ง

เมื่อวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๑๗ รับพระบรมสารีริกธาตุ จำนวน ๕ องค์ จากท่านสันตะปะทะมหาเถระ เจ้าอาวาสวัดโคตะมะวิหาร เมืองจิตตกอง สาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ

ที่มา

ท่านสันตะปะทะมหาเถระ เจ้าอาวาสวัดโคตะมะวิหาร เมืองจิตตากอง สาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ ผู้เก็บรักษาพระบรมสารีริกธาตุจำนวน ๑๙ องค์ ที่ถูกขุดพบจากซากของเจดีย์ใกล้ชายแดนระหว่างบังคลาเทศกับประเทศพม่า ซึ่งเป็นหนึ่งในพระเจดีย์ที่พระเจ้าอโศกมหาราชได้สร้างไว้จากจำนวน ๘๔,๐๐๐ องค์ ผอบที่ขุดพบโดยมากจะเป็นรูปครึ่งวงกลมเหมือนพระจันทร์ครึ่งซีก สีหินส่วนมากเป็นสีน้ำตาลอ่อน แล้วดูแลสืบทอดต่อกันมาจากพระเถระถึง ๕ ชั่วคน

คืนหนึ่งท่านสันตะปะทะได้ฝันว่า มีพิธีมอบพระบรมสารีริกธาตุที่ท่านเก็บรักษาไว้ ให้แก่พระภิกษุชาวเอเชียรูปหนึ่ง พอตื่นขึ้นท่านได้คำนึงว่า สาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศพุทธศาสนิกชนเหลือน้อยเต็มที ท่านจึงปรารภกับพระวาสุมิตรเถระ ซึ่งเป็นลูกศิษย์ที่มาจำพรรษาในประเทศไทย ว่าต้องการจะให้พระจากประเทศที่พระพุทธศาสนายังเจริญอยู่ มารับพระบรมสารีริกธาตุไปดูแลต่อไป พระวาสุมิตรเถระจึงได้เสาะหา และพิจารณาพระเถระในประเทศไทยที่สามารถดูแลพระบรมสารีริกธาตุได้ จนมาพบพระญาณวิริยาจารย์ แล้วไปมาหาสู่กันเป็นเวลาประมาณ ๖ เดือน จนพระญาณวิริยาจารย์ (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) ตัดสินใจ ตอบรับที่จะจัดขบวนธรรมยาตรา ไปอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาประดิษฐานที่วัดธรรมมงคล

รับพระบรมสารีริกธาตุครั้งที่สอง

เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๑๙ รับพระบรมสารีริกธาตุ มีพุทธลักษณะกลม สีทอง แตกต่างจากองค์อื่นๆ จำนวน ๑ องค์ จากพระวิสุทธ์นันทะมหาเถระ หัวหน้าพระสงฆ์ เถระนิกาย เจ้าอาวาสวัดธรรรมราชิกา นครดักก้า สาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ

ที่มา

พระวิสุทธิ์นันทะมหาเถระ หัวหน้าคณะสงฆ์เถระนิกาย เจ้าอาวาสวัดธรรมราชิกา นครดักก้า เมืองหลวงของสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ และคณะ ได้รับอาราธนานิมนต์ให้เดินทางมาร่วมพิธีทางศาสนาของสำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง แล้วได้เดินทางมาถึงวัดธรรมมงคลโดยบังเอิญ เมื่อมาถึงแล้วก็ได้พบการก่อสร้างพระเจดีย์และงานสวดลักขีบวชชีหมื่นคน

พระวิสุทธินันทะมหาเถระได้รักษาพระบรมสารีริกธาตุองค์หนึ่งไว้นานกว่าห้าสิบปี ซึ่งลอร์ดคันนิงแฮม ข้าหลวงอังกฤษ ได้เคยขุดพบพระบรมสารีริกธาตุ ที่เมืองกุสินารา สาธารณรัฐอินเดีย แล้วได้ถวายให้กับเจ้าอาวาสวัดพุทธแห่งหนึ่งในสาธารณรัฐอินเดีย ต่อมาพระวิสุทธินันทะได้ไปจำพรรษาที่วัดนั้น และได้รับการแบ่งพระบรมสารีริกธาตุจากท่านเจ้าอาวาสมา ๔ องค์ ซึ่งท่านได้เก็บไว้ที่วัดของท่าน ๑ องค์ แล้วมอบอีก ๓ องค์ให้กับวัดอื่น ๆ

พระบรมสารีริกธาตุองค์ที่ท่านวิสุทธินันทะเก็บไว้นี้ มีลักษณะเป็นเม็ดกลมสีทอง ในช่วงที่สาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ เกิดสงครามกลางเมือง มีประชาชนทั้งชาวพุทธและต่างศาสนาพากันหนีการฆ่าจากทหารที่กำลังไล่ยิงฝูงชน เข้าไปขอหลบภัยในวัดของท่าน ท่านได้ยกผอบบรรจุพระบรมสารีริกธาตุองค์นี้ไว้เหนือศีรษะแล้วบอกประชาชนกลุ่มนั้นว่า “ ให้ทุกคนอยู่ในความสงบและภาวนา ” ด้วยปาฏิหารย์ของพระบรมสารีริกธาตุองค์นี้ ทหารชุดที่เข้าไปยังวัด ได้วางอาวุธและล้มเลิกความคิดที่จะทำร้ายประชาชน ทำให้ผู้คนในละแวกนั้นเกิดความศรัทธาต่อท่านวิสุทธินันทะมากขึ้น

การที่ท่านได้มาที่วัดธรรมมงคล ได้เกิดความประทับใจในปฏิปทาของพระญาณวิริยาจารย์ (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) และความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนชาวไทยที่มีต่อพระพุทธศาสนา ท่านวิสุทธินันทะมหาเถระจึงตัดสินใจ มอบพระบรมสารีริกธาตุองค์นี้ให้ประดิษฐาน ณ พระวิริยะมงคลมหาเจดีย์ศรีรัตนโกสินทร์

รับพระบรมสารีริกธาตุครั้งที่สาม

เมื่อวันที่ ๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๒๒สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา โดยสมเด็จพระสังฆราชศรีลังกามหาเถระได้มอบพระเกศาธาตุ ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จำนวน ๑ ชุด และเมื่อวันที่ ๖ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๒๗ พระอุรังธาตุ (พระบรมสารีริกธาตุส่วนอก) จำนวน ๑ องค์ ตามลำดับพิธี

ที่มา

พระญาณวิริยาจารย์ (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) เดินทางไปทอดกฐิน สร้างพระมหาเจดีย์ เมืองจิตตกอง สาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ ณ วัดมิตจปูวิหาระ ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชศรีลาลังกาพำนักอยู่ พระภิกษุภายในวัด ได้เปิดให้ชมพระเกศาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ลักษณะ คล้ายผมนับร้อยเส้น สีดำสนิท เล็กกว่าเส้นผมมนุษย์ธรรมดา ติดกันเป็นผืด เมื่อต้องแสงไฟ มีประกายเหมือนสีรุ้ง เดิมมี ๔ ชุดใหญ่ ประเทศแรกประเทศญี่ปุ่น ขอนำไปบูชา ณ เจดีย์ บูชาจุดไฟสว่าง ตลอด ๒๔ ชั่วโมง ประเทศต่อมาประเทศศรีลังกา ขอบูชานำไป ๑ ชุด ยังเหลืออยู่ ๒ ชุด ขณะนั้นเจ้าอาวาส คือ พระทีปมังคละมหาเถระเจ้าของผู้รักษา เส้นพระเกศา ร่วมกับคณะสงฆ์ได้ประชุม และตัดสินใจมอบพระเกศา ให้ประดิษฐาน ณ พระวิริยะมงคลมหาเจดีย์ศรีรัตนโกสินทร์ ๑ ชุด โดยมีพิธีมอบ ผู้ว่าการรัฐเป็นตัวแทนประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ พันเอกจำลอง ศรีเมืองเป็นตัวแทนพลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ นายกรัฐมนตรี

ส่วนพระอุรังธาตุ สมเด็จพระสังฆราชศรีลังลาลังกามหาเถระ มีความตั้งใจที่จะมอบพระอุรังธาตุ(พระบรมสารีริกธาตุส่วนอก) แก่ พระญาณวิริยาจารย์ (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) ด้วยเหตุมีความอุตสาหะบากบั่น ที่จะสร้างพระมหาเจดีย์สำเร็จ ในระยะเวลาเพียง ๙ ปี ด้วยความเหนื่อยยาก สมควรแล้วที่จะได้รับสิ่งที่มีค่า และหวงแหนมา เก็บไว้และคงหายเหนื่อย

งานฉลองพระมหาเจดีย์

เมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๒๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จมาวางศิลาฤกษ์

ในวันที่ ๑๑ พฤษภาคม พุทธศักราช  ๒๕๒๕ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินมา ยกฉัตร และบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระอุรังคธาตุ และพระเกศาธาตุ ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

วัดธรรมมงคลได้กำหนดการฉลอง ๗ ปี ๗ เดือน ๗วัน

เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑๐ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๒๙ ถึง วันที่ ๑๘ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๓๖